BLOG: Writers

ว่าด้วยนิยาย “ความฝันของชายผู้กลายเป็นดาวฤกษ์” โดย ณพรรธน์

20.09.2025


อันที่จริงผมเริ่มเขียนนวนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นฉบับที่ผมเขียนดราฟต์แรกเสร็จก่อนรวมเรื่องสั้นเล่มแรกที่ออกกับ Avocado Books ผมใช้เวลาสองปีในการเขียนดราฟต์แรก มาเสร็จเอาปี 2017 หรือราวแปดปีก่อน แต่ที่ยังไม่ออกกับสำนักพิมพ์ไหนเลย เพราะผมยังไม่รู้สึกว่ามันสมบูรณ์พอ

ย้อนกลับไปช่วงเริ่มเขียน ผมยังทำงานที่หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การทำงานที่นั่นมีผลกับนวนิยายเรื่องนี้ทีเดียว กล่าวคือมันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้คลุกคลีกับเอกสาร ภาพถ่าย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ และข้อเขียนอีกมากที่ผมต้องใช้อ้างอิงระหว่างทำงาน โดยเฉพาะงานของ อ.ธงชัย วินิจจะกูล


(ภาพจาก https://sameskybooks.net/product/series_005/)


ข้อเขียนของ อ.ธงชัยเปลี่ยนมุมมองของผมต่อประวัติศาสตร์ เสมือนทำให้ตระหนักว่าประวัติศาสตร์คือเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำของผู้คนมหาศาล ที่ทั้งเชื่อมต่อ ทับซ้อน แต่บางครั้งก็ขาดจากกัน และบางคราวก็เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ประวัติศาสตร์คือความลักลั่นระหว่างความทรงจำที่อยากลืมก็ลืมไม่ลง แต่ขณะเดียวกันจะจำก็จำไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นได้กลายมาเป็นต้นธารของนวนิยายเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ อ.ธงชัยให้เกียรติเขียนคำนิยมให้ (แม้ อ.จะออกปากอยู่หลายหนว่าไม่ถนัดจะเขียนให้งาน fiction ก็ตาม)

ต้นฉบับดราฟต์แรกๆ ได้รับความกรุณาจากพี่ปองวุฒิ รุจิระชาคร ที่ช่วยให้คำแนะนำและเร่งรัดให้เขียนงานเสร็จโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นผมคงทดท้อกับความซับซ้อนของพล็อตพานให้ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย และมาได้รับคำแนะนำจากพี่แหม่ม วีรพร นิติประภาอีกรอบหนึ่ง คำชมที่ได้รับจากพี่แหม่มในขณะนั้นคือ “คุณเป็นคนเขียนงานสนุก” ผมจึงค่อยเบาใจว่าความไม่สมบูรณ์ของต้นฉบับที่รบกวนใจเสมอมา ค่อยเนียนตาขึ้นบ้าง และที่สำคัญผมอยากให้หนังสือเล่มนี้อ่านสนุก


การจัดพิมพ์กับ Avocado Books เกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากเล่ม “Drag Queen และซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ” เพียงผมเกริ่นว่ายังมีต้นฉบับอีกเรื่อง พี่ทอม-เจ้าสำนักอะโวคาโด ตอบโดยไม่ลังเลว่าส่งมาได้เลย (เอาเข้าจริง เป็นผมเสียอีกที่เกรงใจสำนักพิมพ์ ฮา) อยากขอบคุณความเชื่อมั่นของพี่ทอมครั้งนั้น เพราะมันส่งผ่านมาถึงผมด้วย ต้นฉบับได้รับเกียรติจากพี่หนุ่ม โตมร ศุขปรีชา เป็นบรรณาธิการให้ ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีใครเหมาะกับบทบาทนี้มากกว่าพี่หนุ่มอีก ทั้งวรรณศิลป์ ความเป็นวิทยาศาสตร์ และแง่มุมประวัติศาสตร์ ซึ่งฟังดูสัพเพเหระอย่างยิ่ง แต่ที่สุดแล้วก็เข้ารูปเข้ารอยลงตัว เพราะพี่หนุ่มช่วยเกลาจนเนียนนั่นเอง

หนังสือได้คุณสินาเป็นผู้ออกแบบปก ซึ่งว่าตามตรงสำหรับเล่มนี้ผมไม่รู้ความต้องการตัวเองเลย ว่าอยากได้ปกแบบไหน คิดแต่ว่าถ้ามีใครถ่ายทอดความชุลมุนของเรื่องออกมาเป็นภาพหนึ่งภาพได้นั่นคงมหัศจรรย์มาก ผมเสนอชื่อคุณสินาให้พี่ทอม เพราะชื่นชมงานของคุณสินาอยู่แล้ว ครั้นพี่ทอมส่งภาพดราฟต์ปกจากคุณสินามาให้ ก็พบว่าความมหัศจรรย์ที่คิดไว้มีอยู่จริง เรฟฯ ภาพของ Henri Matisse เป็นความถูกต้องเหมาะสมอย่างที่สุด

 


ภาพ Dance ของ Henri Matisse

 

เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ผ่านแผล็บเดียวก็สิบปี

นับจากวันแรกที่เริ่มจรดปากกาเขียน นวนิยายเรื่องนี้คือเรื่องที่ผมรักที่สุด ใช้เวลาทำงานนานที่สุด และยังได้รับความกรุณาจากผู้คนอีกมหาศาล ทั้งพี่ปองวุฒิและพี่แหม่มที่ช่วยดูต้นฉบับให้ตั้งแต่วันตั้งไข่ อ.ธงชัยที่เป็นแรงบันดาลใจจนมาเขียนคำนิยมแก่หนังสือ พี่หนุ่มผู้เป็นบรรณาธิการและทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนอีกมาก คุณสินาที่ออกแบบปกให้อย่างงดงาม และที่สำคัญ-พี่ทอมที่ยินดีจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ได้ร่วมงานกันอีกเป็นเล่มที่สอง (ยังไม่นับการปรับแก้อะไรอีกมากตามภาวะ OCD ของผม 🥹) รวมถึงพี่ตอง พี่น้ำ น้องเม่น น้องครรชิต และทุกคนที่ Avocado Books ขอบคุณที่เชื่อในต้นฉบับของผมเสมอมา

การได้เปิดตัวหนังสือเล่มนี้ ในวันครบรอบ 19 ปี รัฐประหารวันที่ 19 เดือน 9 ปี 49 เป็นวาระที่พิเศษอย่างยิ่ง บางทีที่ต้องผ่านเวลากว่าสิบปี อาจเพราะความน่าจะเป็นของจักรวาลที่รอจนได้เวลาเหมาะสมแก่การตีพิมพ์ นวนิยายเรื่องนี้ผมเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง และมุมมองที่ตัวเองมีต่อรัฐประหารครั้งนั้น น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ผมจะได้แบ่งปันมุมมองนั้นกับทุกคน

ป.ล. ภาพต้นฉบับลายมือตั้งแต่เริ่มเขียนเมื่อปี 2015 กับเล่มตัวอย่างที่พี่ทอมส่งมาให้อย่างเร่งด่วน

สั่งซื้อได้แล้ววันนี้